ช้ำรัก

…อันเขาว่าสรรพคุณใบบัวบก
แก้ฟกช้ำในนอกกายดีสุดเอ๋ย
แต่ตัวฉันที่ฟกช้ำจากทรามเชย
เปล่ากายเลยแต่เป็นใจที่แหลกลาน
แล้วกี่ใบบัวบกจะแก้ได้
ใส่ตะไคร้ต้มยำแกงเป็นอาหาร
ยังไม่พอกับอกนี้ที่พิการ
เพราะเกินทานแรงช้ำจนหักไป

…อกมันหักดังเป๊าะสุดจะเจ็บ
เกินจะเก็บทนอดกลั้นไว้ไหว
แต่ตัวฉันมีสิทธิ์ทำอะไร
ไม่มีเลยหัวใจรอขึ้นเมรุ
รอวันเผาหัวใจที่ตายแล้ว
เสียงเจื้อยแจ้วหน้าโลงศพตอนโดนเข็น
รอเวลาเผาหัวใจที่ชาเย็น
ดั่งว่าเป็นผีตายซากมาแสนนาน

…ดวงใจนี้เคยมีรักเคยมีสุข
เคยมีทุกข์สลับช่วงเวลาหวาน
เคยมีรักดั่งเรื่องรักในนิทาน
อันตรธานหายไปชั่วพริบตา
เจ็บแสนเจ็บโอ้ใจในอกฉัน
กี่คืนวันต้องทนกลั้นไม่โหยหา
เธอจากไปไกลแล้วลับตา
ไกลเกินพาใจโทรมๆเดินตามไป

…รอเวลาผันเปลี่ยนใจลืมโศก
พ้นจากโลกสิ้นไปคงลืมได้
เจ็บแล้วจำฝังไว้ในหัวใจ
เกิดชาติใดอย่าต้องรักใครอีกเลย…

Posted in กลอนของฉัน | Tagged , , | ใส่ความเห็น

ดนตรีกับการเรียนรู้ที่ต้องวัดผล

Hot Wave Music Award ครั้งที่ 11

เมื่อการเดินทางมาถึงจุดๆหนึ่ง เริ่มมีประสบการณ์จากการซ้อมและเล่นตามงานเล็กๆต่างๆ จึงมองหาบททดสอบที่ยากขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์และเรียนรู้ เมื่อดนตรีคือการเรียนรู้ที่ต้องวัดผล ผมและวงตัดสินใจประกวดวงดนตรีระดับมัธยมของคลื่นวิทยุ hot wave 91.5fm ครั้งที่ 11 ในปี พ.ศ.2549  ซึ่งหากจะกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของเวทีนี้ ไม่มีวัยรุ่นมัธยมไทยคนไหนไม่รู้จักแน่นอน ซึ่งสิ่งการันตีคุณภาพคือ วงดนตรีแนวหน้าในเมืองไทยหลายวงที่ได้แจ้งเกิดจากเวทีนี้นั่นเอง

การเข้าร่วมการประกวดในครั้งนี้ ได้สร้างทีมขึ้นมาเพื่อการประกวดโดยเฉพาะใช้ชื่อวงว่า Princess จาก รร.วัดรางบัว มีสมาชิก 5 คน เมื่อทำการซ้อมจึงได้เดโมเป็นจำนวน 3 เพลงคือ 1.ขอบคุณที่รักกัน เป็นเพลงแบบเล่นให้เหมือนต้นฉบับ , 2.อยากให้อยู่ด้วยไหม เพลงนี้นำมาแปลงโดยใส่ดนตรีของเราเองและ 3.นางฟ้าคนเดิม ใช้ทำนองเพลงเดิมแต่ทำการเปลี่ยนเนื้อให้เกี่ยวกับคลื่นวิทยุนี้ การทำเดโมครั้งนี้ใช้เวลาสองวันรวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นสองพันบาทกว่า แล้วจึงนำเดโมไปส่งที่ตึกแกรมมี่ แล้วผลประกาศที่ออกมาในวันที่ 15 มิถุนายน 2549 Princess ติดหนึ่งใน 30 วง หลังจากที่รอลุ้นด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก พวกเราจึงลุยกันต่ออีกครั้ง

เมื่ออาทิตย์ก่อนการแข่งขันรอบรองชนะเลิศเพื่อคัดเลือกให้เหลือ 10 วงสุดท้าย ทุกวงจึงต้องไปที่ตึกแกรมมี่ เพื่อไปประชุมกันทั้ง 30 วง กับดีเจ คลื่น Hot Wave เพื่อรับรู้กติกา การเซ็ตเครื่องดนตรี ซึ่งก็ผ่านไปเรียบร้อย..จึงกลับเตรียมตัวซุ่มซ้อมกันเต็มที่ นำบัตรที่ได้มาไปแจกจ่ายอาจารย์และเพื่อนๆ ในโรงเรียน พอถึงวันก่อนการประกวดเป็นวันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2549  ในวันนั้นเพื่อนๆก็ช่วยกันทำอุปกรณ์ไปเชียร์กันเต็มที่ ความตื่นเต้นเริ่มต้น เมื่อวันประกวดมาถึง เช้าวันนั้นรีบเร่งตื่นกันแต่เช้าตรู่ไปรวมตัวกันที่โรงเรียน จากนั้นเราก็เติมพลังกันก่อนด้วยข้าวหมูแดงคนละกล่องเรียบร้อย เราไม่รอช้าออกเดินทางกันเลย เมื่อไปถึงที่หมาย ณ ลานกิจกรรมสยามดิสคัฟเวอรี่ พี่ทีมงานพาพวกเราขึ้นไปเก็บตัวเป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอย เมื่อเสียงซาวด์เช็คในรอบบ่ายเริ่มขึ้น เราได้เล่นเป็นวงแรกจึงได้ลงไปเตรียมตัวแล้วก็เล่นกันเลย

การประกาศผลในวันที่ 26 มิถุนายน 2549 ความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นอีกครั้ง การรอคอยที่เต็มไปด้วยความหวังเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เช้า การประกาศผลเริ่มประกาศออกมาทางวิทยุทีละวง ที่สำคัญคือ ชั่วโมงละวง !! การประกาศดำเนินไปเรื่อยๆ จนเที่ยงวันผลที่ผลประกาศยังไม่มีวง Princess รอลุ้นต่อไปเรื่อยๆ คอยจนพระอาทิตย์ตกดินก็ยังไม่ถึงเวลาของพวกเรา จนท้ายที่สุดน้ำตาของสมาชิก Princess ที่เริ่มไหลเมื่อประกาศวงสุดท้าย วงที่ 11 นั้นไม่ใช่ Princess.. แม้การวัดผลทางดนตรีครั้งนี้ผมและวงจะสอบตก และกับบททดสอบนี้แม้จะไม่มีโอกาสแก้ตัว แต่ก็ยังคงไม่เลิกและเล่นดนตรีต่อไปและพยายามฝึกซ้อมยิ่งขึ้นไปอีก

Posted in Uncategorized | ใส่ความเห็น

เรื่องเล่าจากบ้านหลังใหม่

เริ่มต้น เช้า วันที่ 6 เมษายน 2551 เวลา 7 โมงเช้าของวันที่อากาศข้อนข้างเย็นในฤดูร้อนเช่นนี้ ท้องฟ้าที่มืดครึ้มฝนที่เริ่มร่วงหล่นโปรยลงมาจากฟากฟ้า และการทยอยมาของเหล่านักดนตรีวง Desire กับสายฝนที่ทำให้พวกเราเปียกปอน แต่ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการเดินทางมารวมตัวกันของพวกเรา ในวันนี้ที่รอคอยมานับปี

วันนี้เป็นวันทำบุญขึ้นบ้านใหม่ของน้าเจี๊ยบ และเราถูกเชิญให้ไปเล่นดนตรี ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติมากสำหรับการขึ้นบ้านใหม่ ซึ่งคงมีแค่ครั้งเดียวสำหรับครอบครัวหนึ่ง บ้านหลังนี้น้าเจี๊ยบเป็นคนออกแบบเอง ซึ่งผมเคยเห็นโครงการนี้มาเกือบสิบปี และตอนนี้ก็ถือว่าทุกอย่างลงตัวถึงเวลาสร้างความฝันขึ้นมาซักที แต่สำหรับพวกเราทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว…

ประมาณหนึ่งปีที่แล้ว…

ย่านฝั่งธนแตกต่างจากเมืองกรุงเทพศรีวิไล ที่นี่เรายังคงมีที่ให้เดิน มีอากาศบริสุทธ์ให้หายใจ และยังคงมีสวนสีเขียวให้เห็นอยู่ จากบริเวณที่ไม่ไกล จากถนนเส้นเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีรถแล่นผ่าน ที่ซึ่งเป็นที่เริ่มต้น…

ริมคลองเล็กๆ โครงสร้างบ้านได้เริ่มขึ้นจากแบบแปลนที่วางไว้อย่างดี ช่างหลายคนที่กำลังขมักเขม้นทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลัง หันหลังสู้ฟ้าทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มวางเสาเข็ม เสียงขุดเจาะ เสียงตอกตะปู เสียงใบเลื่อยที่เสียดสีผ่านไม้ไปมา สารพัดเสียงที่จะเกิดขึ้นในการสร้างบ้านครั้งนี้ ที่ดังกึกก้องไปทั่วหมู่บ้าน และมีอีกเสียงเล็กๆ ที่เกิดขึ้นคือพวกเรา Desire ที่เริ่มวางแผนงานดนตรี การประชุมเพื่อกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะใช้ในการแสดงครั้งนี้

ระหว่างที่เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ตัวบ้านเริ่มขึ้นมาเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง จากเสาเข็มเป็นคาน จากคานเป็นพื้นชั้นที่หนึ่งชั่นที่สองทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น

แต่เสียงจากวงดนตรีเล็กๆ ก็เริ่มระส่ำระสายจากประสบการณ์อันน้อยนิด และความที่ยังไม่เป็นมืออาชีพ การซ้อมที่ผ่านมาหลายเดือนทำให้ชะล่าใจ ปัญหาที่สะสมมา ความไม่คาดฝันก็เริ่มเผย ให้เห็นสิ่งที่เราต้องเผชิญหน้าและต้องแก้ไขมัน

ดนตรี คือเสียงของตัวโน็ตทั้งสิบสองตัว ที่ถูกเรียงร้อยให้เกิดเป็นความไพเราะ เข้าถึงจิตใจของผู้ฟัง ความยากของศิลปินคือ การถ่ายทอดอย่างไรให้ทั้งเขาและเราเข้าใจเหมือนๆกัน ” คำกล่าวของผมคือข้อสรุป แต่ทฤษฎีจะนำมาใช้ให้เกิดผลลัพธ์ก็ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ปัญหาเล็กๆที่เกิดขึ้น สะสมจนกลายเป็นดินพอกหางหมู ต้องสะสางให้เสร็จสิ้น เวลาที่ต้องทำอะไรซ้ำๆเหมือนเดิมทุกๆวัน มันทำให้ไฟในตัวเริ่มหมดลงและปัญหานี้ก็เกิดขึ้น นักดนตรีบางคนเริ่มไม่อยากมา เพลงที่กำหนดไว้นั้นเพียงน้อยนิด แต่ก็ยังไม่สามารถเล่นร้องได้แม้เวลาผ่านไปนานเพียงใด

แม้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ที่ให้มาเพื่อดนตรี แต่ดนตรีก็ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนอยู่เสมอ” นั่นคือความจริง พรสวรรค์คือสิ่งวิเศษที่เราควรนำมันมาขัดเกลาให้ดีเยี่ยม “บ้านหนึ่งหลัง แม้แบบที่ร่างไว้จะสวยงามเพียงใด แต่ก็คงไม่สามารถสร้างให้เสร็จได้ด้วยคนเพียงดนเดียว และแม้จะมีคนเยอะซักเพียงใด แต่หากไร้ซึ่งฝีมือแล้วบ้านหลังนั้นจะสวยงามดั่งที่ร่างไว้ได้หรือ

เวลาผ่านไปกระทั่งถึงเดือนสุดท้าย บ้านได้สร้างเสร็จแล้ว สนามหญ้าสีเขียว มีสวนหย่อมและโต๊ะนั่งเล่นอยู่ริมน้ำ หน้าบ้านที่หันไปทางทิศเหนือมองออกไปทุ่งหญ้ากว้างๆ เป็นบ้านที่วิเศษทีเดียว

บ้านสามชั้นตัวบ้านสีเหลือง ซึ่งเลือกสีสำหรับถวายพระพรในหลวงในปีอันมงคลยิ่ง บ้านตั้งสูงตระหง่าน มองจากหน้าต่างชั้นสามซึ่งเป็นห้องใต้หลังคา ได้เห็นวิวทิวทัศน์กว้างไกล ความสวยงามของย่านฝั่งธน ในบริเวณที่ยังไม่มีตึกสูงทำลายบรรยากาศชานเมือง ยังคงเป็นที่ๆน่าอยู่จริงๆ

แต่ช่วงเวลานี้กลับเป็นช่วงเวลาหนักสำหรับพวกเรา ปัญหาซึ่งยังแก้ไขไม่เสร็จ และยังคงมีปัญหาใหม่กระหน่ำซ้ำมาเรื่อยๆ ถึงเวลาที่เราต้องนั่งแก้ปัญหาและวางแผนกันใหม่ทั้งหมด ในคืนหนึ่งหลังเลิกซ้อม เราต้องนั่งวางสคริปต์กันใหม่ทั้งหมดถึงตีสี่ พร้อมทั้งบทพูดที่เตรียมไว้สำหรับนักร้องของเรา เป็นคืนที่หนักที่สุดของคน 4 คนที่พร้อมสละเวลาให้กัน

เมื่อถึงสองสัปดาห์สุดท้าย ข่าวร้ายก็ได้เข้ามาอีกครั้งคือเราต้องขาดนักร้องหญิงไป ด้วยเหตุผลที่ไม่สมควรเลย ซึ่งหากเป็นธุรกิจใหญ่คงต้องฟ้องร้องกันถึงขั้นล้มละลายเลยทีเดียว นักร้องหญิงคนนี้มีฝือมาก ถือได้ว่าดีที่สุดที่จะเล่นให้กับเรา แต่แม้มีฝีมือมากซักเพียงใด แต่การไม่รู้จักรับผิดชอบ จะทำให้เค้าไม่มีวันประสบความเร็จในอาชีพนี้ได้เลย แต่ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามกว่าเสมอพวกเราหานักร้องหญิงได้ใหม่ และดำเนินการซ้อมต่อไป แม้กระท่อนกระแท่นบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นปัญหา

แล้ววันชี้ชะตาก็มาถึง….

ณ บ้านของผมที่ซึ่งเป็นสถานที่นัดหมาย นักดนตรีที่ทยอยมาทีละคน กว่าจะครบก็ต้องคอยกันร่วมสองชั่วโมงเศษ เพราะอุปสรรคจากฟากฟ้า ฝนที่กระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย ทำให้การเดินทางจากแต่ละที่ของทุกคนเป็นไปอย่างยากลำบาก

ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าจนกระทั่งเก้าโมงที่รอคอย ฝนเริ่มซาและหยุดลงแต่เรายังขาดมือกีต้าร์ของวง ไม่สามารถรออีกต่อไปได้เพราะจะไม่ทันเวลา ใกล้เวลางานเริ่มมากแล้ว

สมาชิกในวงเริ่มทยอยขนเครื่องดนตรี เดินทางไปยังเวที่ที่เตรียมเครื่องเสียง ไว้พร้อมแล้ว ครึ่งชั่งโมงผ่านไปมือกีต้าร์ของเราก็มาถึง

ไม่มีเวลาให้ซาวด์เช็ค เมื่อเสียงพระสวดดังขึ้นพีธีเริ่มขึ้นแล้ว เวลาของพวกเราใกล้มาถึง วันชี้ชะตานี้ ช่วงเวลาที่รอคอยกับการเตรียมตัวมานับปีใกล้เริ่มขึ้น

เมื่อพระคุณเจ้าฉันภัตราหาเพลเรียบร้อย ถึงเวลาของพวกเราแล้ว มือของสมาชิกแต่ละคนวางประสานกันหน้าเวที พร้อมรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว “ไม่ว่าทุกคนจะเป็นใครเมื่อขึ้นไปอยู่บนเวทีแล้ว เราคือ Desire

แล้ว 4 ชั่วโมงต่อจากนี้คืองานแสดงที่ดีที่สุดของพวกเรา มันคือความประทับใจที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดไว้ ณ ที่แห่งนี้ได้ ความทรงจำ..มันคงตราตรึงอยู่ตรงนั้น สำหรับพวกเราทุกคนและผู้ที่เฝ้าชมพวกเราอยู่ ณ ที่แห่งนั้น…

Posted in Uncategorized | ใส่ความเห็น

ผ้าขาวที่แต้มสี

ฉันเชื่อเสมอว่า ทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นคนดี  ไม่มีใครหรอกที่เกิดมาแล้วอยากเป็นคนเลว

เราทุกคนต่างเคยเป็นทารก เมื่อแรกเกิดนั้นเราเปรียบเสมือนผ้าขาวอันบริสุทธ์ ปราศจากสิ่งสกปรกมัวหมองใดๆ จนเมื่อเริ่มโตขึ้น สิ่งต่างๆรอบตัวนั้นเอง ที่เต็มไปด้วยสีสันมากมาย พร้อมจะย้อมผ้าขาวนี้

แต่ผ้าขาวที่บริสุทธ์นี้จะเปลี่ยนเป็นผ้าที่มีสีสันสวยงาม หรือผ้าที่หม่นหมอง ทารกเติบโตขึ้น เริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆ สีที่แต่งแต้มเติมแต่งทำเราทุกคนให้โตขึ้น จุดนี้เองที่เปลี่ยนเรา ที่กำหนดเราให้ต้องเลือกกำหนดเราให้ต้องเป็น บางครั้งเราอาจไม่รู้ตัว นั่นคือคนดี หรือ คนเลว

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันเชื่อ และยังคงยึดมั่นเสมอมาว่าคนทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นคนดี หากแต่โลกนี้มีสีสันมากมาย และฉันก็ยังเชื่ออีกว่า คนทุกคนสามารถเป็นคนดีได้

ดังนั้น ไม่ว่าโลกนี้จะมีสีสันมากเพียงใด รอบกายเราจะเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก ชั่วร้าย หรือสีที่จะทำให้ผ้าขาวนี้ขุ่นมัวเพียงใดก็ตาม แต่เราสามารถที่จะเลือก สามารถที่จะออกห่างจากสิ่งเหล่านั้น หรือแม้บางครั้งที่เราเปรอะเปื้อนจากสิ่งสกปรกเหล่านั้นไปบ้าง แต่หากเรายืนยันและเชื่อมั่นว่าจะเป็นดนดี ขอเพียงให้เราทำดี สุดท้ายจากความเชื่อของฉันนี้ คนทุกคนก็จะเป็นคนดี…

ความเชื่อของฉัน ผ้าขาวที่แต้มสี

Posted in Uncategorized | ใส่ความเห็น

สัมนาแนะแนวอาชีพ

วันนี้ผมมีโอกาสได้เข้าฟังสัมนาเรื่อง “รู้จักคิด รู้จักผลิต รู้จักใช้ ในการสร้างอาชีพ” ซึ่งมี 2 หัวข้อ คือ การออมและการลงทุน เรื่องการออมจะพูดถึงทำไมถึงต้องออมและออมก่อนรวยกว่า ส่วนการลงทุนจะเน้นเรื่องอาชีพ เป็นการได้มาซึ่งรายได้เกี่ยวข้องกับการออม

เริ่มต้นการสัมมนาวันนี้ในบรรยากาศที่จอแจ ในห้องสัมมนาที่เต็มไปด้วยนักศึกษาที่จับจองที่นั่ง และได้รับแจกเอกสารเรียบร้อยแล้ว เมื่อท่านคณบดีกล่าวเปิดงานเรียบร้อย การบรรยายก็เริ่มขึ้น “ฉลาดออม” เป็นหัวข้อแรก บรรยายโดย ดร.พิจิตร เอี่ยมโสภณา และเนื้อหามาจาก “ออมก่อน รวยกว่า” ของ นวพร เรืองสกุล

“สมการเงินออม”
เมื่อเราทำงานเราก็จะได้รับผมตอบแทนในรูปของตัวเงิน เงินที่เราได้รับมานี้ก็จะนำมาใช้จ่ายส่วนที่เหลือก็จะเก็บออม เกิดเป็นสมการ รายได้ – ค่าใช้จ่าย = เงินออม
แต่เราก็จะใช้กันจนหมดไม่เหลือออม ดังนั้น เมื่อเราได้รับรายได้มาจึงต้องเก็บออมไว้ส่วนหนึ่งก่อนนำมาใช้ จึงได้สมการใหม่เป็น  รายได้ – เงินออม = รายจ่าย
จะเห็นว่าหากเราเพิ่มรายได้ และลดค่าใช้จ่ายลง เราก็จะมีเงินออมเพิ่มขึ้น

Posted in Uncategorized | ใส่ความเห็น

พลังงานทดแทนในเครื่องบิน

เรามักได้ยินพลังงานทดแทนบ่อยครั้ง เช่น ไบโอดีเซล ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียน ที่ถูกนำมาใช้ในเครื่องยนต์ทดแทนน้ำมันที่ถูกขุดขึ้นมาจากใต้ดิน พลังงานที่ได้นอกจากสะอาดกว่า ไม่เป็นพิษแล้วยังไม่มีวันหมดอีกด้วย

เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า ในโลกปัจจุบันที่ไม่เคยหยุดนิ่ง วันนี้พลังงานทดแทนได้ถูกนำมาทดลองใช้ในเครื่องบินแล้ว เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2552 บนเครื่องบินโบอิ้ง 747-300 ของบริษัทเจแปนแอร์ไลน์ ประเทศญี่ปุ่น ตามรายงานข่าวว่า ใช้พลังงานทดแทน bio-fuel ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาให้ใช้กับเครื่องจัมโบ้เจ็ต 4 เครื่องยนต์ ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาทำให้ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ ทำให้โลกไม่ร้อนขึ้นอีกด้วย

สุดท้ายถึงแม้ว่าพลังงานทดแทนนี้จะมีความสะอาดและดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ถ้ามีราคาแพงบริษัทต่างๆคงไม่เลือกใช้ให้ต้นทุนสูงขึ้น โจทย์สุดท้ายที่ต้องตอบก็คือ จะทำอย่างไรให้พลังงานทดแทนมีราคาถูกกว่าพลังงานน้ำมันที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

Posted in Uncategorized | ใส่ความเห็น